เริ่มต้นใช้งาน
กดชื่อชีทในคลัง โปรแกรมเปิดให้ในเบราว์เซอร์ เปลี่ยนตัวเลข แล้วสั่งพิมพ์ออกมา วิธีเขียนชีทของตัวเองอยู่ครึ่งหลังของหน้านี้
ขั้นที่หนึ่ง
เปิดแผง Inputs กับ Results
หน้าเอกสารคือรายการคำนวณเต็มใบตั้งแต่แรก ไม่ใช่ตารางที่ต้องกดดูสูตรทีละช่อง งานที่ทำบ่อยที่สุดคือป้อนค่ากับอ่านผล สองอย่างนี้มีแผงของตัวเองอยู่ที่ขอบจอ
Inputs อยู่ขอบซ้าย Results อยู่ขอบขวา เปิดพร้อมกันได้ พอปิดทั้งคู่ เอกสารก็กลับมาเต็มจอ
ขั้นที่สอง
เปลี่ยนตัวเลขที่แผง Inputs
ค่าตั้งต้นในเอกสารมารวมกันอยู่ในแผงเดียว จัดกลุ่มตามหัวข้อของเอกสารเอง
ช่องในแผงไม่ใช่ที่เก็บค่าอีกชุดหนึ่ง พิมพ์ลงไปเท่ากับแก้ตัวเลขตรงนั้นในเอกสารเอง กด Ctrl+Z ย้อนได้เหมือนพิมพ์เอง คลิกแถวไหน เอกสารก็เลื่อนไปที่บรรทัดของค่านั้น แผงกับหน้าเอกสารจึงเป็นสิ่งเดียวกัน
หน่วยข้างช่อง แผงคัดมาจากคำแรกที่พิมพ์ต่อท้ายตัวเลขในเอกสาร แสดงเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าโปรแกรมรู้จักหน่วย หน่วยยังเป็นหน้าที่ของคุณเหมือนตอนคำนวณด้วยมือ
ขั้นที่สาม
อ่านผลที่แผง Results
ค่าที่เอกสารคำนวณได้อยู่ในแผงนี้ จัดกลุ่มตามหัวข้อชุดเดียวกับ Inputs
แก้ในแผงนี้ไม่ได้ เพราะผลลัพธ์เปลี่ยนได้ทางเดียวคือเปลี่ยนค่าตั้งต้น ถ้ามีช่องให้พิมพ์ตรงนี้ จะเหมือนพิมพ์ตัวเลขทับเซลล์สูตรในสเปรดชีต ตัวเลขตัวเดียวมีที่มาสองทาง
ขั้นที่สี่
สั่งพิมพ์แล้วจบ
ปุ่ม PDF อยู่บนแถบด้านบนของหน้าต่าง กดแล้วเลือกที่เก็บ ได้รายงานที่จัดหน้าเสร็จ ไม่ต้องจัดหน้าเอง Export PDF… ในเมนู File กับปุ่มลัด Ctrl+P เป็นคำสั่งเดียวกัน
หัวกระดาษ ทั้งชื่อโครงการ ลูกค้า ผู้ออกแบบ ผู้ตรวจสอบ ตั้งได้ที่เมนู File แล้วเลือก Document Info… ที่เดียวกันนี้เลือกได้ว่าจะพิมพ์คอลัมน์เดียวหรือสองคอลัมน์
เขียนชีทของตัวเอง
หน้าเอกสารคือกระดาษเปล่า ไม่มีช่องให้กรอก ไม่มีเซลล์ มีเรื่องต้องรู้อยู่สองอย่าง
ข้อความเขียนด้วย Markdown
Markdown คือวิธีเขียนเอกสารด้วยข้อความธรรมดา ที่ใช้บ่อยมีแค่ # กับ - ขึ้นต้นบรรทัดด้วย # ได้หัวข้อ ## ได้หัวข้อย่อย ขึ้นต้นด้วย - ได้รายการ ที่เหลือพิมพ์ไปตามปกติ
เครื่องหมายที่พิมพ์ไว้ไม่ได้หายไปไหน กลับมาให้แก้ทุกครั้งที่เคอร์เซอร์มาถึงบรรทัดนั้น และหัวข้อชุดนี้เองที่กลายเป็นกลุ่มในแผง Inputs กับ Results
สมการอยู่ในโซน {python}
โซนคือข้อความช่วงสั้น ๆ ที่คร่อมด้วย ` และขึ้นต้นด้วย {python} ข้างในโซน เขียนสูตรลงไปจะเห็นสูตร เขียนชื่อตัวแปรจะเห็นค่า
รู้แค่เท่าที่เขียนสูตรในสเปรดชีตก็พอ ที่ต่างชัด ๆ มีสองอย่าง ยกกำลังใช้ ** และเรียกตัวแปรด้วยชื่อ ไม่ใช่ตำแหน่งช่อง
บรรทัดสุดท้ายมีสองโซน เคอร์เซอร์เข้าโซนไหนก็กลับเป็นโค้ดเฉพาะโซนนั้น อีกโซนบนบรรทัดเดียวกันยังแสดงผลอยู่ สูตรกับคำตอบจึงอยู่ในหน้าเดียวกัน ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหน้าแก้กับหน้าดู
เครื่องหมายเปิดปิดโซนไม่ต้องพิมพ์เอง กด Ctrl+E โปรแกรมเขียนให้ทั้งชุดและวางเคอร์เซอร์ไว้ข้างใน กด Ctrl+E ในโซนอีกที เครื่องหมายหายไป เหลือแต่ข้อความ ส่วนเครื่องหมาย \ ท้ายบรรทัดต้องพิมพ์เอง คือคำสั่งขึ้นบรรทัดใหม่ ถ้าไม่ใส่ สามบรรทัดในรูปจะไหลรวมเป็นย่อหน้าเดียวตอนพิมพ์
โซนที่ตั้งค่าตัวเลขไว้ตรง ๆ อย่าง w = 20 ไปอยู่ในแผง Inputs ส่วนโซนที่พิมพ์ค่าออกมาอย่าง M ไปอยู่ในแผง Results ทั้งสองแผงจึงมาจากตัวเอกสารเอง ไม่ได้ตั้งค่าที่ไหนเพิ่ม
ยังทำอะไรได้อีก
- งานที่เกินบวกลบคูณหาร ถอดราก แก้สมการหาค่า อินทิเกรต เขียนในโซนได้เหมือนกัน เพราะข้างในคือ Python และมี numpy กับ scipy ติดมาให้แล้ว งานที่ยาวหลายบรรทัดเขียนเป็นบล็อกได้ ผลออกมาใต้บล็อกนั้น
- กราฟอยู่ในชีทเดียวกัน สั่งวาดจากตัวแปรในชีทด้วย matplotlib กราฟขึ้นในหน้าตรงนั้น ตัวเลขเปลี่ยน กราฟก็วาดใหม่ แล้วพิมพ์ติดไปใน PDF ใส่คำบรรยายรูปไว้จะได้เลขรูปด้วย
- เขียนแบบจากตัวเลขในชีท แก้ตัวเลข แบบเปลี่ยนตาม แล้วส่งออกเป็นไฟล์ DXF ไปเปิดต่อใน CAD ได้
- ไฟล์เดียวจบ รูป ข้อมูล และสคริปต์ที่ยาวเกินกว่าจะเขียนในเอกสาร เก็บอยู่ในไฟล์ .pakka ไฟล์เดียว ส่งต่อให้คนอื่นเปิดได้โดยไม่มีอะไรหาย
- ชีทเก่าย้ายมาได้ ส่งไฟล์ .xlsx เดิม หรือแม้แต่รูปถ่ายรายการคำนวณเก่าให้ AI แล้วได้ชีทที่แก้ตัวเลขต่อได้กลับมา สูตรกับสมมติฐานต้องตรวจเองก่อนใช้